"เวลาเราเดินวิปัสสนา ความดีเกิด สิ่งที่ดีเกิด เราก็เห็นมันเกิดแล้วดับ ความชั่วเกิด มันก็เกิดแล้วก็ดับ เห็นมันเกิดดับๆ มันเท่าเทียมกัน จิตก็เลิกยินดียินร้าย ความสุขเกิด จิตก็ไม่ยินดี ความทุกข์เกิด จิตก็ไม่ยินร้าย ความชั่วเกิด จิตก็เป็นกลาง เมื่อจิตหมดความยินดียินร้าย จิตก็จะหมดความดิ้นรน เมื่อจิตหมดความดิ้นรน จิตก็จะรวมลงๆ เข้าอัปปนาสมาธิ แล้วจิตจะไปเดินปัญญาในสมาธิอยู่ 2-3 ขณะ อันนี้สำหรับคนซึ่งใช้ปัญญานำสมาธิ อย่างพวกเรา มีสติ เกิดสมาธิ มีปัญญาเห็นความจริงเป็นขณะๆ ไป จนกระทั่งจิตมันเข้าสู่ความเป็นกลางต่อความปรุงแต่งทั้งหลายทั้งปวง จิตก็หยุดความดิ้นรน เมื่อจิตหยุดความดิ้นรน จิตจะเข้าอัปปนาสมาธิด้วยตัวเอง เข้าแล้วจิตจะไปเดินปัญญา อยู่ในสมาธิ 2-3 ขณะเท่านั้น ถัดจากนั้นจิตจะวางการรับรู้อารมณ์ๆ มันจะทวนกระแสเข้ามาหาตัวจิตผู้รู้ เมื่อมันทวนกระแสเข้ามาถึงตัวจิตผู้รู้ อริยมรรคเกิดขึ้น อาสวกิเลสจะถูกแหวกออก แล้วจิตก็เข้าถึงสภาวะที่พ้นจากความปรุงแต่งคือพระนิพพาน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 พฤษภาคม 2569