
วิเวก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 ธ.ค. 2568
12/1/2026 | 1h 2 mins.
"จะล้างกิเลสให้เด็ดขาดก็ต้องทำวิปัสสนา ทำจิตให้สงบ นั่งสมาธิ ข่มกิเลสได้ชั่วคราว หมดกำลังสมาธิ กิเลสมันก็กลับมาอีกแล้ว "เป็นฆราวาสทำวิเวก 3 ได้ไหม ทำกายวิเวกได้ไหม ทำจิตตวิเวกได้ไหม ทำอุปธิวิเวกได้ไหม" กายวิเวกไม่มีก็เพราะแส่ส่ายออกไปเอง แต่อย่างถ้าเราจำเป็นต้องอยู่กับคนมากๆ เราฝึกจิตให้ดี ก็เหมือนอยู่คนเดียว อยู่ตรงไหนก็เหมือนอยู่ตามลำพัง มีจิตตวิเวกตัวเดียว มันก็เหมือนมีกายวิเวกอยู่ในตัวแล้ว อยู่กับคนเยอะๆ ก็เหมือนอยู่กับอากาศธาตุ อุปธิวิเวกก็อาศัยการทำสติปัฏฐานไป มีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 20 ธันวาคม 2568

หัดเจริญสติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 13 ธ.ค. 2568
11/1/2026 | 35 mins.
"ทำกรรมฐานจะเริ่มจากกายก็ได้ เริ่มจากเวทนาก็ได้ เริ่มจากจิตก็ได้ ทำกรรมฐานอะไรก็ได้สักอย่างหนึ่ง แล้วคอยรู้สภาวะ สภาวะคือรูปธรรมนามธรรม ไม่ใช่เรื่องราวที่เราคิด อย่างเราขยับเราเห็นรูปมันเคลื่อนไหวใจเป็นคนรู้สึก เดินจงกรมรูปมันเคลื่อนไหวใจเป็นคนรู้สึก มีกายกับใจ ร่างกายถูกรู้ ใจเป็นคนรู้ ถ้าดูนามธรรม เห็นสุข ทุกข์ ดี ชั่ว เกิดขึ้นมา เปลี่ยนแปลง ใจเราเป็นคนรู้คนเห็น มันต้องมีใจเป็นคนรู้คนเห็น เพราะฉะนั้นการปฏิบัติตรงที่เราจะเริ่มเจริญปัญญา เราต้องแยกขันธ์ได้ แล้วขันธ์อย่างน้อยแยก 2 ขันธ์ แล้ว 1 ใน 2 ที่ต้องมีขาดไม่ได้คือจิตหรือวิญญาณขันธ์ จิตรู้กายที่เคลื่อนไหว แล้วพอจิตมันรู้กายมันกำลังหลงๆ พอร่างกายเคลื่อนไหวปุ๊บ สติมันเกิดเอง ทันทีที่สติเกิดสัมมาสมาธิจะเกิดร่วมด้วยอัตโนมัติ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ วัดเจ้าอาม 13 ธันวาคม 2568

วิธีละสักกายทิฏฐิ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ธ.ค. 2568
08/1/2026 | 41 mins.
"ทาน ศีลต้องทำอยู่แล้ว ภาวนาให้จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู ให้จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู เมื่อจิตเราตั้งมั่นมีกำลังแล้ว เราจะเห็นขันธ์แต่ละขันธ์แยกกันอยู่ เราไม่ต้องแยกขันธ์ แต่ละขันธ์ไม่ใช่เรา แล้วเสร็จแล้วพอรู้แจ้งตัวอื่น ทวนเข้ามาที่จิต บางคนตัดเข้ามาที่จิตเลย ถ้ากำลังน้อยก็ดูไปทีละขันธ์ กำลังมากก็เข้ามาที่จิตเลย เห็นผู้รู้เองเกิดดับ แล้วถ้ามาตรงนี้ได้ก็ผ่าน รู้แล้วจิตผู้รู้ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา ขันธ์ 5 ซึ่งจิตผู้รู้พัฒนาขึ้นมา ขันธ์ 5 มาจากจิตตัวเดียวนี่ล่ะ วิญญาณะปัจจะยา นามะรูปัง วิญญาณหรือปฏิสนธิวิญญาณ วิญญาณที่หยั่งลงไป ทำให้นามรูปปรากฏขึ้นมา ถ้าเราเห็นถึงต้นตอของมัน จิตวิญญาณไม่ใช่เรา สิ่งที่สร้างขึ้นมาก็ไม่ใช่เรา โลกที่อาศัยอยู่ก็ไม่ใช่เรา ไม่มีเราในขันธ์ 5 ไม่มีเรานอกขันธ์ 5 ไม่มีเราที่ไหนเลย ถ้าเราถึงตรงนี้ เราเข้าจุดที่ปลอดภัยแล้ว" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 ธันวาคม 2568

ความเผลอเพลินคือตัวร้าย : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 ธ.ค. 2568
07/1/2026 | 1h 4 mins.
"เรามีสติรู้สึก ร่างกายเคลื่อนไหวรู้สึก ร่างกายหยุดนิ่งรู้สึก ร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึก ร่างกายอยู่ในอิริยาบถใดๆ รู้สึกไปเรื่อยๆ ขั้นแรกก็รู้สึกถึงความมีอยู่ของร่างกาย ต่อไปเราก็จะเห็นความจริงที่ลึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง คือเห็นไตรลักษณ์ของร่างกาย อันนี้ง่ายๆ ไม่ยากหรอก แค่เราใส่ใจ สนใจที่จะเรียนรู้ตัวเอง ไม่ใช่เพลินกับโลกไปเรื่อยๆ ความเผลอความเพลินร้ายมากเลย ร้ายยิ่งกว่าความเจ็บไข้ได้ป่วยอีก อย่างเจ็บไข้ได้ป่วยเรายังเห็นร่างกายมันทุกข์อะไรอย่างนี้ เห็นเป็นครั้งเป็นคราว แต่ความเผลอเพลิน มันหลอกเราได้ยาวนานมากเลย เวลาชีวิตเรามีความสุข เรามักจะเผลอเพลิน เวลามีความทุกข์ขึ้นมาเราก็คร่ำครวญ ก็ไม่ยอมเรียนรู้ความจริงของชีวิต มีสติรู้สึกในร่างกายของเราไปเรื่อยๆ แล้วเราก็จะรู้ร่างกายนี้เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่น่าเพลิดเพลินอะไรเลย มีสติอยู่เราจะรู้ร่างกายทุกข์อยู่ตลอดเวลาเลย ทุกข์มากบ้างน้อยบ้าง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 ธันวาคม 2568

รู้รูปธรรมกับนามธรรม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 6 ธ.ค. 2568 (ช่วงบ่าย)
06/1/2026 | 1h 7 mins.
"เราไม่ต้องรู้เยอะหรอก รู้รูปธรรมกับนามธรรม รูปธรรมคือ สิ่งที่ประกอบด้วยดิน น้ำ ไฟ ลมเป็นตัวเราขึ้นมา ก็รู้สึกเอา เรียนรู้รูปธรรม เราก็จะเห็น ความไม่สวยไม่งาม ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความเป็นอนัตตา และนามธรรมมี เวทนา สุข ทุกข์ สัญญาความจำได้หมายรู้ สังขารความปรุงดีปรุงชั่ว นี่ก็เป็นส่วนของนามธรรม แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือวิญญาณ วิญญาณแปลว่าความหยั่งรู้ หยั่งรู้อารมณ์ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็อันเดียวกับจิตนั่นล่ะ ทั้งรูปธรรม นามธรรมเกิดแล้วดับทั้งสิ้น ไม่มีอะไรที่อยู่ในอำนาจบังคับของเราได้จริง สิ่งที่มีอยู่จริงนั้นก็คือตัวทุกข์นั่นละ กายนี้คือตัวทุกข์ จิตนี้คือตัวทุกข์ ถ้าเห็นได้ จะเห็นธรรม ถ้าไม่รู้ทุกข์ ก็ไม่รู้ธรรมะหรอก เห็นทุกข์ถึงจะเห็นธรรม " หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 6 ธันวาคม 2568 (ช่วงบ่าย)



หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม