3190 episodes
- "เรามีสติ รู้เนื้อรู้ตัวไว้ เรียนรู้ความจริงของร่างกาย เรียนรู้ความจริงของจิตใจเรื่อยๆ ไป ไม่ต้องไปคิดเยอะหรอก รู้สึกเอา รู้สึกกาย รู้สึกใจไป พอรู้สึกเรื่อยๆ ต่อไปมันเห็นความจริงของกายของใจ จิตก็หมดความอยาก ความอยากทั้งหลาย มันล้วนแต่อยากให้กายให้ใจเป็นสุข อยากให้กายให้ใจไม่ทุกข์ พอเรารู้ความจริงว่ากายคือทุกข์ จะไปอยากให้มันไม่ทุกข์ทำไม จะไปอยากให้มันสุขทำไม มันเป็นเรื่องไร้เดียงสา เพราะเรารู้ความจริงแล้ว รู้ทุกข์แจ่มแจ้งแล้ว เราจะละความอยาก ละสมุทัยได้ เมื่อเราละความอยากได้แล้ว จิตจะเข้าถึงสันติสุขที่แท้จริง จิตไม่มีความอยาก จิตก็ไม่มีความดิ้นรน จิตเข้าถึงความสงบสุข คำว่านิพพานๆ ไม่ใช่โลกๆ หนึ่ง นิพพานคือสันติ คือความสงบสุข มันสงบแล้วมันมีความสุข มันอิ่ม มันเต็มอยู่ในตัวเอง ฉะนั้นนิพพานไม่ใช่โลกๆ หนึ่ง ไม่ใช่เราทำความดีแล้วตายไป เราจะไปอยู่ในโลก ในโลกของพระพุทธเจ้า ไม่ได้มีโลกอย่างนั้นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านสอนให้เราละตัณหาเสีย ละตัณหาได้ เราก็เข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบันนี้ ไม่ต้องรอให้ตายแล้วไปนิพพาน นิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตาเรา เพียงแต่ว่าความไม่รู้หรืออวิชชา ผลักดันให้เกิดตัณหาคือความอยาก ความอยากผลักดันให้ดิ้นรน เกิดภพ เกิดชาติ เกิดทุกข์ เราเลยไม่เห็นพระนิพพาน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 22 สิงหาคม 2569
- "พอมันเกิดมาแล้วเราจะไปสั่งว่าอย่าเกิด มันสั่งไม่ได้ พอเกิดมาแล้วมันจะต้องแก่ เราจะสั่งว่าอย่าแก่ เราสั่งไม่ได้ เราสั่งว่าอย่าตาย เราก็สั่งไม่ได้ ในทางจิตใจเราเราจะสั่งว่า จงพบแต่อารมณ์ที่ดีที่ถูกอกถูกใจ เราก็สั่งไม่ได้ จงอย่าพลัดพรากจากสิ่งที่รักก็สั่งไม่ได้ พอเราสั่งไม่ได้ ฉะนั้นเราจะไปแก้ที่ตัวขันธ์แก้ไม่ได้ ท่านเลยมองต่อไปอีก ที่เราทุกข์เพราะขันธ์นี้ เพราะเรายึดว่ามันคือตัวเรา เวลาเราแก่เราก็รู้สึกว่าเรา ร่างกายมันแก่เราก็รู้สึกว่าเราแก่ ร่างกายมันเจ็บเราก็รู้สึกว่าเราเจ็บ ร่างกายตายเราก็รู้สึกว่าเราตาย เวลาเราต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักก็คิดว่าเราพลัดพราก เวลาต้องเจอสิ่งที่ไม่รักเราก็บอกเราเจอสิ่งที่ไม่รัก มันมีเราๆๆๆ แทรกอยู่เรื่อยๆ มีความหลงผิดอยู่ เราไปเห็นขันธ์ว่ามันเป็นตัวเราของเรา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ บ้านจิตสบาย 16 สิงหาคม 2569
- "เราจะเดินจงกรม จะนั่งสมาธิ ทำด้วยความมีสติ ก็จะเห็นร่างกายนั่งอยู่ เห็นร่างกายหายใจอยู่ ใจเราเป็นแค่คนเห็น ร่างกายมันเดินอยู่ ใจเป็นแค่คนเห็น มีสติรู้สึกไป มีจิตตั้งมั่น ถ้าเรามีจิตตั้งมั่นได้ เราจะเห็นขันธ์มันแยก กายเคลื่อนไหวใจเป็นคนรู้ สุขทุกข์เกิดขึ้น ใจเป็นคนรู้ กุศลอกุศลเกิดขึ้น ใจเป็นคนรู้ ใจมันจะแยกออกมาเป็นแค่คนรู้ ถ้าใจเราเป็นคนรู้ได้ เราถึงจะทำสติปัฏฐานได้ ถ้าใจเราเป็นคนคิดนึกปรุงแต่งก็ทำสติปัฏฐานไม่ได้ เป็นผู้คิด ผู้นึก ผู้ปรุง ผู้แต่ง ผู้เพ่ง ก็ไม่ใช่ทำสติปัฏฐาน ต้องเป็นผู้รู้ผู้เห็น เห็นร่างกายหายใจออก เห็นร่างกายหายใจเข้า เห็นร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน เห็นร่างกายเคลื่อนไหว หยุดนิ่ง เห็นความสุขความทุกข์ในกาย เห็นความสุข ความทุกข์ ความเฉยๆ ในใจ เห็นกุศลอกุศลในจิตใจ หัดรู้ไปเรื่อย แล้วต่อไปพอภาวนาได้ละเอียด เราจะเห็นจิตเกิดดับทางอายตนะทั้ง 6 จิตเกิดทางตาก็ดับทางตา จิตเกิดทางหูดับที่หู จิตเกิดที่จมูกก็ดับที่จมูก เกิดที่ลิ้นดับที่ลิ้น เกิดที่กายดับที่กาย เกิดที่ใจก็ดับที่ใจ จิตไม่มีที่อยู่แน่นอน จิตเกิดตรงไหน ดับตรงนั้น" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 15 สิงหาคม 2569
- "พระพุทธเจ้าท่านยกความสำคัญของพ่อแม่ สำคัญเทียบเท่ากับพระอรหันต์ ฉะนั้นการที่เราดูแลพ่อแม่เราก็คือ การดูแลพระอรหันต์ในบ้านเรา คนถ้าไม่รู้จักสำนึกในบุญคุณ มันก็จะไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน อย่างสัตว์แม่มันเลี้ยงมันแต่เด็กๆ พอมันโตมันก็ไม่รู้จักแม่มันแล้ว ต่างคนต่างไป แต่มนุษย์เรามีอารยธรรม เราก็รู้จัก ถ้าเราละทิ้งพ่อแม่เราก็ไม่ได้ต่างกับสัตว์เดรัจฉานเท่าไร การทำความดีเป็นบุญ สร้างคุณงามความดี การทำทาน การรักษาศีล การภาวนา ล้วนแต่เป็นบุญทั้งสิ้น ถ้าพ่อแม่เรายังอยู่ ถ้าแม่ยังอยู่เวลาเราไปทำอะไรที่ดี แล้วเราไปบอกให้แม่เราดีใจ อย่างเราขยันทำงานช่วยเหลือคนโน้นคนนี้ ถ้าเราไปบอกแม่ แล้วแม่เราดีใจ แม่เราได้บุญด้วย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 12 สิงหาคม 2569
- "ลองทำจนให้เคยชิน เบื้องต้นรักษาศีล 5 ไว้ ช่วยให้เราสงบง่าย แล้วก็สังเกตตัวเอง เราอยู่กับกรรมฐานชนิดไหนแล้วสบายใจ อย่างบางคนเดิน ได้เดินจงกรมแล้วสบายใจ ก็เดิน บางคนรู้สึกร่างกายเคลื่อนไหวทำงาน บางคนตัดหญ้า ตัดหญ้าเห็นร่างกายมันเคลื่อนไหว รู้สึกไปเรื่อย มีความสุข บางคนกวาดบ้านถูบ้าน กวาดไปถูไป ถ้าขี้เกียจก็ไม่มีความสุข แต่ทำไปแล้วบ้านสะอาดน่าอยู่ น่าดูเลย ดูแล้วมีความสุข ทีหลังก็อยากทำอีก กระทั่งกวาดบ้านถูบ้านก็เอามาทำกรรมฐาน ทำได้ เรากวาดบ้านแล้วมีความสุข รดต้นไม้แล้วมีความสุข เรารดต้นไม้ บางคนอาบน้ำให้หมาแล้วมีความสุข พลิกจิตนิดเดียว อย่ามัวแต่เพลินในความสุขอันนั้น ให้รู้ทันว่ากำลังมีความสุข ปฏิบัติไปอยู่ในชีวิตธรรมดานี้ล่ะ ถึงเวลาควรทำสมถะ เราก็อยู่ในอารมณ์ที่มีความสุข ใจเราสงบ สุข สบาย เราอ่านความเปลี่ยนแปลงของร่างกายจิตใจไป อย่างบางคนตัดหญ้า มีความสุข ตัดไปแล้วเห็นร่างกายทำงาน ร่างกายที่เคลื่อนไหวไม่ใช่เราแล้ว จิตเดินปัญญาแล้ว แรกๆ ก็อาจจะงงๆ ลองทำดู สักไม่นาน เราจะหลอมรวมการปฏิบัติเข้ากับชีวิตจริงของเราได้ แล้วคราวนี้เราจะไม่พูดคำว่าไม่มีเวลาปฏิบัติ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 กรกฎาคม 2569
More Buddhism podcasts
Trending Buddhism podcasts
About หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor Pramote Pamojjo, a master teacher of mindfulness for the modern world and Vipassana meditation.
Podcast websiteListen to หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม, Tara Brach and many other podcasts from around the world with the radio.net app

Get the free radio.net app
- Stations and podcasts to bookmark
- Stream via Wi-Fi or Bluetooth
- Supports Carplay & Android Auto
- Many other app features
Get the free radio.net app
- Stations and podcasts to bookmark
- Stream via Wi-Fi or Bluetooth
- Supports Carplay & Android Auto
- Many other app features


หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
Scan code,
download the app,
start listening.
download the app,
start listening.
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม: Podcasts in Family















