3186 episodes
- "ลองทำจนให้เคยชิน เบื้องต้นรักษาศีล 5 ไว้ ช่วยให้เราสงบง่าย แล้วก็สังเกตตัวเอง เราอยู่กับกรรมฐานชนิดไหนแล้วสบายใจ อย่างบางคนเดิน ได้เดินจงกรมแล้วสบายใจ ก็เดิน บางคนรู้สึกร่างกายเคลื่อนไหวทำงาน บางคนตัดหญ้า ตัดหญ้าเห็นร่างกายมันเคลื่อนไหว รู้สึกไปเรื่อย มีความสุข บางคนกวาดบ้านถูบ้าน กวาดไปถูไป ถ้าขี้เกียจก็ไม่มีความสุข แต่ทำไปแล้วบ้านสะอาดน่าอยู่ น่าดูเลย ดูแล้วมีความสุข ทีหลังก็อยากทำอีก กระทั่งกวาดบ้านถูบ้านก็เอามาทำกรรมฐาน ทำได้ เรากวาดบ้านแล้วมีความสุข รดต้นไม้แล้วมีความสุข เรารดต้นไม้ บางคนอาบน้ำให้หมาแล้วมีความสุข พลิกจิตนิดเดียว อย่ามัวแต่เพลินในความสุขอันนั้น ให้รู้ทันว่ากำลังมีความสุข ปฏิบัติไปอยู่ในชีวิตธรรมดานี้ล่ะ ถึงเวลาควรทำสมถะ เราก็อยู่ในอารมณ์ที่มีความสุข ใจเราสงบ สุข สบาย เราอ่านความเปลี่ยนแปลงของร่างกายจิตใจไป อย่างบางคนตัดหญ้า มีความสุข ตัดไปแล้วเห็นร่างกายทำงาน ร่างกายที่เคลื่อนไหวไม่ใช่เราแล้ว จิตเดินปัญญาแล้ว แรกๆ ก็อาจจะงงๆ ลองทำดู สักไม่นาน เราจะหลอมรวมการปฏิบัติเข้ากับชีวิตจริงของเราได้ แล้วคราวนี้เราจะไม่พูดคำว่าไม่มีเวลาปฏิบัติ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 กรกฎาคม 2569
การดูจิตเป็นวิธีปฏิบัติที่ลัดสั้นที่สุด : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 28 ก.ค. 2569
05/09/2026 | 27 mins."การที่ครูบาอาจารย์บอกว่า การดูจิตเป็นวิธีปฏิบัติที่ลัดสั้นที่สุด ท่านพูดตรงประเด็นเลย แทนที่เราจะไปตีอ้อมไกลๆ เราบุกเข้าเมืองหลวงเลย ใช้กำลังของสติปัญญาของเรา บุกทะลวงเมืองหลวงของกิเลส คือจิตนั่นละ ถ้าเราเห็นว่าจิตไม่ใช่เรา ขันธ์ 5 ไม่ใช่เรา ตัวเราไม่มี นี่คือพระโสดาบัน แล้วการภาวนาต่อไป จะเริ่มมีสติปัญญาละเอียดขึ้น จะเห็นว่าร่างกายที่เราเห็นว่าไม่ใช่เรา แท้จริงร่างกายคือตัวทุกข์ ร่างกายนี้มีแต่ทุกข์มากกับทุกข์น้อย ไม่ใช่ทุกข์กับสุข สุขก็คือช่วงที่ทุกข์น้อยลง แล้วเรารู้สึกเปรียบเทียบ เราเลยรู้สึกว่าสุข ในความเป็นจริงกายคือทุกข์ ทุกข์มากกับทุกข์น้อย ถ้าเห็นตรงนี้ จิตจะสลัดคืนกาย คืนกายก็คือคืนตา หู จมูก ลิ้น กายให้โลกไป ไม่เอาแล้ว ปล่อยทิ้งไป จิตเราก็พ้นจากกาม หมดความยึดในกาย นี่คือพระอนาคามี แล้วการปฏิบัติจะลงมาเหลือที่จิต เราดูจิตไปเรื่อยๆ เราจะเห็นจิตไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา บังคับไม่ได้ ต่อมาภาวนามากๆ เราจะรู้เลย จิตต้องกระทบอารมณ์ตลอดเวลา จิตมีภาระตลอดเวลา จิตต้องออกไปรู้อารมณ์ ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย จิตต้องไปคิด จิตมีภาระตลอดเวลา จิตทุกข์อยู่ตลอดเวลา นี่รู้แจ้งเห็นจริง จิตมีแต่ทุกข์ ทุกข์มากกับทุกข์น้อย ไม่ใช่ทุกข์กับสุขแล้ว ถ้าเห็นอย่างนี้ จิตจะสลัดคืนจิตให้โลก หมดความยึดจิต นั่นคือที่สุดของทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 กรกฎาคม 2569- "พวกหนึ่งแสวงหาจิต พวกหนึ่งไปเพ่งจิต พวกหนึ่งไปดัดแปลงจิต จิตไม่ดีทำให้ดี จิตไม่สุขทำให้สุข จิตไม่สงบทำให้สงบ บางคนปรุงแต่งเก่ง เข้าไปปรุงแต่ง จิตมีหน้าที่คิด นึก ปรุง แต่ง ก็ไปปรุงแต่งจิตให้ไม่คิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง ไปทำจิตว่างๆ ไปทำจิตให้ว่างไม่ใช่การดูจิต ที่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่ดูจิตเลย เริ่มแต่แสวงหาจิต มันก็คือการแสวงหา ไม่ใช่เอาจิตไปแสวงหาจิต หลวงปู่ดูลย์บอกว่า "ใช้จิตไปแสวงหาจิต อีกกัปหนึ่งก็ไม่เจอ" เอาจิตไปแสวงหาจิต เราไปดูผิดที่แล้ว เราไม่ได้ดูจิตหรอก เราเที่ยวสแกนไปเรื่อยๆ คิดว่าจิตอยู่ที่ไหนหนอ เที่ยวไปดู พอไปเจออะไรบางอย่าง นึกว่าจิต ก็ไปเพ่งเอาไว้ๆ บางคนก็ไปประคองรักษาจิตให้นิ่งๆให้ว่างๆ ไม่อยากให้มันทำงาน เห็นจิตมันทำงานตลอดเวลา ก็อยากให้มันหยุด ให้มันอยู่เฉยๆ พวกนี้ก็เข้าไปแทรกแซงจิต ไปประคองจิตให้นิ่งให้ว่าง ที่ว่าดูจิตๆ น้อยคนหรอกที่จะดูจิตได้ ถ้าเราภาวนา เราแสวงหาจิต เราเพ่งจิต เราดัดแปลงจิต เราประคองจิต เราจะไม่เห็นความจริงของจิต ดูไม่ได้จริง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 9 สิงหาคม 2569
- "ถ้าเราอยากพัฒนาในเส้นทางธรรม เราต้องทำกรรมฐานสักอันหนึ่งที่เราถนัด แล้วคอยมีสติรู้เท่าทันจิตใจตัวเอง จิตหลงไปจากอารมณ์กรรมฐาน รู้ทัน จิตถลำลงไปแนบอยู่กับอารมณ์กรรมฐาน รู้ทัน รู้ไปเรื่อยๆ จนจิตมันจำสภาวะที่ไหลไปคิด ไหลไปที่อื่น หรือไหลลงไปเพ่งอารมณ์ มันจำสภาวะที่จิตหลงไปข้างนอก หลงไปเพ่งกรรมฐาน มันหลงอะไรก็รู้ มันอาการอันเดียวกัน คือมันเคลื่อนไป จิตมันเคลื่อนจากฐาน ไหลออกไปอยู่ที่ตัวอารมณ์ พอเราฝึกบ่อยๆ พอมันเคลื่อนปุ๊บรู้ปั๊บ เคลื่อนปุ๊บรู้ปั๊บ พอฝึกสติเราอัตโนมัติขึ้นมา จิตมันก็ตั้งมั่นถี่ขึ้นๆ ทุกคราวที่เรามีสติที่ถูกต้อง เรารู้ทันจิตที่หลงไปคิด จิตที่หลงไปเพ่ง ทุกครั้งที่เรามีสติรู้ อย่างถูกต้อง ไม่ได้จงใจรู้ มีสติรู้ไปตามธรรมดานี้ล่ะ สัมมาสมาธิจะเกิดร่วมกับสัมมาสติเสมอ แท้จริงแล้ว สมาธิเกิดร่วมกับจิตทุกดวง จิตอกุศลก็มีสมาธิ แต่ถ้าเราจะพัฒนาสัมมาสมาธิ เราต้องพัฒนาสัมมาสติ สัมมาสติเมื่อทำให้มาก เจริญให้มาก จะทำให้สัมมาสมาธิบริบูรณ์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 8 สิงหาคม 2569
- "สิ่งที่เรียกว่าทุกข์ก็คือขันธ์ของเราที่เรามีอยู่ ให้รู้สึกที่ร่างกาย ให้รู้สึกที่ความรู้สึกสุขทุกข์ รู้สึกที่ความจำ จำรูป จำเสียง จำกลิ่น จำรสอะไรได้ จำเรื่องราวได้อย่างนี้นี่คือสัญญา หรือรู้ที่ความปรุงดีปรุงชั่ว โลภ โกรธ หลง หรือจิตมีศรัทธา มีวิริยะ มีสติ มีปัญญา อันนี้เป็นฝ่ายกุศล ฝ่ายอกุศลโลภ โกรธ หลง ฝ่ายกลางๆ อย่างสมาธิอย่างนี้ สมาธิเกิดร่วมกับจิตได้ทุกชนิดเลย ฉะนั้นเวลาเรามีสมาธิไม่แน่ว่าจิตเราเป็นกุศลหรืออกุศล แต่ถ้าเรามีสติจิตเป็นกุศลแน่นอน สภาวธรรมพวกนี้ค่อยๆ เรียน ค่อยๆ รู้ ค่อยๆ ดูจากของจริงไปเรื่อยๆ หลวงพ่อก็ภาวนามานี้ ดูจากของจริงไป จิตสุขก็รู้ จิตทุกข์ก็รู้ จิตดีก็รู้ จิตโลภ จิตโกรธ จิตหลง รู้ไปเรื่อยๆ รู้ไปเรื่อยๆ แล้วเห็นอะไร เห็นว่าจิตทุกชนิดเกิดแล้วดับทั้งสิ้น จิตสุขเกิดแล้วดับ จิตทุกข์เกิดแล้วดับ จิตกุศลอกุศลเกิดแล้วดับ นี่ขึ้นวิปัสสนาคือเห็นไตรลักษณ์ ถ้าเราเห็นตัวสภาวะเรียกว่าเรามีสติรู้สภาวะ แต่ถ้าเราเห็นไตรลักษณ์เรียกว่าเรามีปัญญา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 2 สิงหาคม 2569
More Buddhism podcasts
Trending Buddhism podcasts
About หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor Pramote Pamojjo, a master teacher of mindfulness for the modern world and Vipassana meditation.
Podcast websiteListen to หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม, The Way Out Is In and many other podcasts from around the world with the radio.net app

Get the free radio.net app
- Stations and podcasts to bookmark
- Stream via Wi-Fi or Bluetooth
- Supports Carplay & Android Auto
- Many other app features
Get the free radio.net app
- Stations and podcasts to bookmark
- Stream via Wi-Fi or Bluetooth
- Supports Carplay & Android Auto
- Many other app features


หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
Scan code,
download the app,
start listening.
download the app,
start listening.
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม: Podcasts in Family












